สะเมิง..เชียงใหม่ เรื่องราวแสนประทับใจ ผ่านปลายนิ้ว..
posted on 08 Jan 2011 17:06 by daydreaming13นานมาแล้ว..
หลังจากเปิดบลอกใน Exteen
เขียนบ้างไม่เขียนบ้าง
หลังๆเอาแต่ตามอ่านบทความ Favourites
กลับมาเขียนอีกที..
เพราะมีเรื่องน่าประทับใจ วันปีใหม่ :)
ถือซะว่าเป็นรีวิวความประทับใจ
แนะนำให้หลายคนๆไปสัมผัสค่ะ
ออกตัวไว้ก่อนว่า..เป็นรีวิวที่เขียนให้เพื่อนอ่านใน บลอก http://jsk13.wordpress.com/ อีกที่
ภาษาเลยเขียนเหมือน พูดกับเพื่อนมากกว่า ^^
.
.
.
.
.
เราเก็บกระเป๋า เตรียมขึ้นดอยเต็มที่
สะเมิง.. คือสถานที่ที่เรากำลังจะไป
ไม่มีใครเคยไป ไม่มีใครรู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง
เราแค่เพิ่งรู้จักมันผ่านหน้าเว็บและรีวิวไม่กี่หน้า
เราจัดการโอนเงินจอง..และตั้งใจ
.
.
ใจเสียเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่า..
ที่นั่นเข้าถึงยาก ไม่มีใครเค้าไป
ไม่มีอะไรให้เที่ยว ขึ้นเขาเลี้ยวโค้งหักศอก
บ้านนอก ไม่มีสัญญาณ
หรือว่า..เราจะโดนหลอก!
.
.
แต่..ก็ไม่มีใครรู้ ในเมื่อ ยังไม่มีใครเคยไป
แม้แต่พี่รถตู้ก็เถอะนะ
.
.
ดังนั้น..เราทุกคนก็ต้องลุ้นไปพร้อมกัน
ว่าถึงที่ตรงนั้น..จะเป็นยังไง
.
.
.
..
.
.
..
เราแวะซื้อเสบียงกันเต็มที่
เหล้าเบียร์พร้อมสรรพ น้ำดื่มน้ำกิน
ยังกับว่า เราจะไปลำบากอะไรที่ไหนนักหนา 55
.
.
แต่ที่รู้ๆ หลายๆคน โทรสั่งเสียกับที่บ้าน
ว่าเราจะขาดช่วงการติดต่อถึงกันสองวัน
เรา..จะถูกตัดการสื่อสาร อย่างปฎิเสธไม่ได้ :]
.
.
.
และ..ไม่มีใครจะเดือดร้อน
เราเต็มใจ..
.
.
.
โค้งหักศอกที่เขาว่า
ไม่ได้โกหกกันมาแม้แต่น้อย
มันหักแล้วหักอีก หักซ้ำหักซาก
พาคนเมารถกันหลายต่อหลายราย
ทำคนบางคนอ้วก เออ..สมน้ำหน้า 555
.
.
แวะพักอาการเมามาย(รถ)ทั้งหลายที่ไร่สตอเบอรี่ขนาดย่อม
แวะกินกาแฟ ซื้อไวท์ กินส้มตำ เอาแรงกันเดินทางต่อ
.
.
ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เห็นภาพถึงความลำบากในการหารีสอร์ทที่ชื่อ แสงอรุณคอทเทจ
รีสอร์ทกลางหุบเขา ที่เราไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน
ขับรถขึ้นเขาจนสงสารรถ ถามทางคนนู้นคนนี้ข้างทาง เขาชันเป็นเนิน
ต่างคนต่างคิด..เราอยู่ที่ไหนวะเนี่ยยย
.
.
มันมีแต่ป่ากับเขาจริงๆ
.
.
.
.
ในที่สุด..
ด้วยความลำบาก
เราใช้เวลาหลาย ชม แต่มาถึงทางเข้าที่มีป้ายเล็กๆเขียนไว้ว่า
Sangaroon Cottage เป็นภาษาอังกฤษไว้จนได้
หากไม่สังเกตดีๆคงมองไม่เห็น..
.
.
เรายิ้ม..เมื่อเรามาถึง..
.
.
.
.
มีแต่ป่าและเขากับลมหนาวๆ
วิวจากที่สูง มองไปเห็นแต่ภูเขากับต้นไม้สีเขียว
เมฆสีฟ้าและความรู้สึกที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
.
.
.
.
ไม่มีพนักงานมากมาย ไม่มีบริกรผู้หญิง ไม่มีเคาเตอร์รับแขกหรูหรา
พนักงานคอยยกกระเป๋า โซฟานุ่มนิ่ม ยูนิฟอร์มเครื่องแบบสวยๆ
ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีอะไรเลยเหมือนสิ่งที่รีสอร์ทในเมืองพึงมี
ที่นี่มีแต่..ลุงเจ้าของ และลูกชายที่ลงมาต้อนรับด้วยความอบอุ่น
มันเหมือนกับว่า..เราถูกเชื้อเชิญมาบ้านของใครสักคน ![]()
.
.
อีกครั้ง..เราไม่รู้จะบรรยายถึงความเป็นแสงอรุณที่นี่ยังไง
มันเป็นธรรมชาติที่โคตรธรรมชาติ
มันไม่ใช่รีสอร์ทที่สบายหรูหรา ที่มีคนมาคอยบริการเลยสักนิด
.
.
คิดดูสิ..ขนาดปูที่นอน พี่ลูกเจ้าของ ก็ต้องมาปูด้วยตัวเอง
.
.
เราเช่าบ้านไว้สองหลัง และเต็นท์สามหลัง
.
.
บ้านไม้ที่มองดูน่ากลัวนิดๆ แต่น่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
โดยที่ไม่สะกิดใจสักนิดว่ามันเป็นบ้านที่นอนแล้วหนาววววววววววววววมาก
ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆทั้งปวง 55
.
.
.
เรารีบอาบน้ำ ด้วยอุณหภูมิที่ลดลงทุกขณะ แม้เวลาจะเพียงแค่สี่ห้าโมงเย็นเท่านั้น
น้ำที่อาบก็ปราศจากเครื่องทำน้ำอุ่นแต่อย่างใด
ฉะนั้น..เราเลยอาบกันตัวชาๆ แต่รู้สึกดีชะมัด ^^
.
.
.
.
อุณหภูมิประมาณ 10 องศาในเวลาเย็น
เรานั่งล้อมโต๊ะใหญ่กลางชานรีสอร์ท ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร
แต่จุดนั้นเป็นศูนย์รวมที่ประกอบไปด้วยเคาเตอร์บาร์ ชั้นหนังสือเล็กๆ โต๊ะกินข้าว และบรรยากาศดีๆกลางหุบเขา
.
.
.
.
อาหารถูกเสิร์ฟเรื่อยๆด้วยฝีมือทำอาหารของลุงเจ้าของ
อืม..เห็นมั้ยว่าแม้แต่กุ๊กก็ยังไม่มี
อาหารฝีมือลุงอร่อยทุกอย่าง
ยกเว้นบาบีคิวที่เราต้องมาปิ้งย่างกันเอง 55
สุกบ้างไม่สุกบ้าง แต่ อร่อยในความรู้สึก ![]()
.
.
.
.
หลังจากทานกันอิ่มหนำ เราล้อมวงกันอีกครั้ง
แต่มันเต็มไปด้วยขวดน้ำมึนเมาแทนกับข้าวกับปลา.. 55
ต้องบอกว่ามันเป็นค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะจริงๆ
เราเริ่มต้นกิจกรรมกันด้วยการเล่นไพ่ตอแหลหลายต่อหลายตาจนเบื่อ
หาเกมส์นู่นนี่เล่นสนุกสนาน แม้แต่ตอนที่คิดอะไรไม่ออก เราก็เลือกที่จะหยิบขวดเปล่ามาหมุนหาคนโดนดื่มให้มึนเมา
จนสุดท้าย..เราจบด้วยการเล่นเกมส์ต่อคำ
.
.
ดูเหมือนจะเป็นเกมส์คลาสสิคของพวกเราซะแล้วหากจะหาอะไรทำฆ่าเวลาหรือหาเรื่องฮาๆมาต่อว่ากัน
เกมส์นี้..แม้แต่คนที่ไม่คิดจะดื่มอย่างแคน..
ก็ยังต้อมยอม 5555555
.
.
มันจะมีโอกาสแบบนี้อีกที่ไหนล่ะ ใช่มั้ย?
.
.
รู้สึกยังไงกันบ้าง ตอนที่ควันพวยพุ่งออกจากปากโดยที่เราไม่รู้ตัว
มันเป็นควันสีขาวจากอากาศหนาวๆที่ไม่ใช่ควันนิโคตินจากบุหรี่ที่ใครหลายคนถืออยู่
สิ่งที่เหมือนกัน..แต่มันรู้สึกต่างกันมากใช่มั้ย ![]()
.
.
ยิ่งดึกลงเรื่อยๆ ดูเหมือนเราจะยิ่งห่อหุ้มลำคอด้วยผ้าหนาๆ
หยิบถุงมือมาใส่ ห่อตัวให้เล็ก กระชับเสื้อให้กระชับ หวังว่ามันจะช่วยให้อุ่นได้
มันหนาวแต่อบอุ่น
.
.
.
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เงยหน้ามองฟ้าแล้วเห็นดาวนับร้อยนับพัน
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ชี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วร้องบอกกันว่า นั่นดาวลูกไก่ นั่นดาวไถ ดาวหมีใหญ่ ต่างๆนาๆ ดาวนับร้อยที่เราไม่รู้แม้แต่ชื่อ
บางทีมันอาจไม่สำคัญว่าดาวที่เรามองผ่านมันจะมีชื่อว่าอะไร หรือใครเป็นคนตั้ง ดาวก็คือดาวนั่นแหละ มันสวยเวลาที่มันอยู่ด้วยกันเยอะๆ ตามแบบของมัน
แทบไม่อยากละสายตามาจากฟ้าที่ไม่ได้มืด แต่มันระยิบเหมือนใครสักคนเซ่อซ่าทำกากเพชรกระจายอยู่บนนั้น
เรากลับมาตั้งคำถามในใจอีกครั้ง..
นานแค่ไหน หรือ บางทีอาจจะไม่เคยเลยก็ได้
ที่ได้เห็นดาวนับไม่ถ้วนอยู่บนนั้น
มัน..สวยมาก ![]()
.
.
.
และ..
.
.
.
สะเมิง..หนาวโคตร
.
.
.
เราเข้านอนกันตอนเที่ยงคืนได้
ใส่เสื้อกันหนาวสามชั้น ใส่กางเกงยีนต์นอน สวมพันผ้าคอหนาๆ ใส่ถุงเท้าแน่นๆ
ห่มผ้า 1 ผืน ที่ไม่ได้หนาอะไรมากมาย ออกจะบอบบางด้วยซ้ำไป บนบ้านไม้ ที่ลมหนาวสามรถรอดเข้ามาได้สะดวก
อืม..
เราตื่นทั้งคืน เพราะว่ามันหนาวเกินจะข่มตาหลับได้
.
.
ตื่นมาตอนเช้าตรู่ เสียดายไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เพราะมาหลับได้ตอนใกล้สว่าง
เปลี่ยนเสื้อผ้ากันเฉยๆ อย่าได้หวังว่าใครจะมีหน้าไหนกล้าอาบน้ำท่ามกลางอากาศที่ยืนยังขาสั่นเช่นนี้
ล้างหน้าแปรงฟันยังชาปากสั่นเลย ให้ตายเถอะค่ะ!..
แต่ถึงอย่างนั้น..เราก็มีแผนขึ้นไปอาบน้ำแร่กันอยู่แล้ว
.
.
เรานั่งรถตู้กันตามเส้นทางหมู่บ้าน
แวะชมหมูหมากาไก่ที่อุทยานกันนิดหน่อย จนได้มาเจอแหล่งน้ำแร่จนได้
จ่ายเงินกันเล็กน้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดน่ารัก เข้าห้องอาบน้ำแร่ มีบ่อเล็กๆพอให้ลงได้สามสี่คน
จากอากาศหนาวๆบนเขา เราลงมาแช่น้ำร้อนๆในบ่อ
ช่างเป็นการเปลี่ยนอุณหภูมิในร่างกายฉับพลันจนน่าใจหาย
และนั่นมันทำให้เราเวียนหัวทันทีที่เหยียดตัวขึ้นมาจากบ่อ..
ร่างกายรู้สึกดี แต่หัวหมุนไม่เป็นท่า
นั่งพักกันนิดหน่อย ก็เข้าไปอบสมุนไพรกันต่อ
สมุนไพรก็สมุนไพรอะนะ หายใจเข้าก็สมุนไพร หายใจออกก็สมุนไพร
หาอากาศหายใจธรรมดาไม่เจอ จนต้องยอมแพ้ออกมาอาบน้ำจนได้
555 ไม่คุ้มเท่าไหร่ แต่โอเค สำหรับครั้งแรกในทุกอย่าง
.
.
.
.
จากนั้นทานข้าวกันอย่างกระหาย เพราะสูญเสียพลังงานไปกับน้ำร้อนๆนั้นมากโข
แล้วเราก็..กลับรีสอร์ท
.
.
.
เย็นนี้ เรามีเวลาอยู่ในรีสอร์ทแบบชิวๆ เดินเล่นกันได้ไม่ต้องห่วงเวลา
หลายคนใช้เวลาช่วงนั้นนอนเอาแรง
แต่หลายคนเลือกจะนั่งทานน้ำแข็งใสที่คุณลุงทำให้ในอากาศเย็นๆแทน
และได้มีโอกาสปรึกษาเรื่องเรียนต่อกับพี่ลูกเจ้าของพอมีความรู้
.
.
ตอนห้าโมงเย็นบนป่าเขา เหมือนซักทุ่มนึงได้ในเมือง
.
.
เมื่อไม่มีอะไรทำ เลยเลือกจับกีต้ามานั่งร้องเพลงกันซะเลย เพื่อรอเวลาทานข้าว
ไม่ได้จับกีต้ามานานแค่ไหนแล้วนะชักลืม 555
กลับมาเล่นอีกที..ก็เพลินจนไม่อยากวาง
แต่เล่นในสภาพอากาศมือชาแบบนี้ ก็ทรมานไม่หยอก ^^!
.
.
เราล้อมโต๊ะทานข้าวเย็นด้วยอาหารฝีมือคุณลุงกันอีกครั้ง
อาหารเสิร์ฟไม่หยุด และเราทุกคนก็กินกันไม่หยุดเช่นกัน
ดูเหมือนว่า ตั้งแต่มาเชียงใหม่ ต่อมกระหายอาหารของเราทุกคนจะมากกว่าปกติ
เป็นเรื่องธรรมดา ^^
.
.
นั่งทานเสร็จได้มีโอกาสจิบคอกเทลฟรีๆและนั่งฟังเรื่องราวของคุณลุงและรีสอร์ทที่นี่คร่าวๆ
ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เรามักจะได้อะไรดีๆกลับมาเสมอ
ไม่เว้นที่นี่..คุณลุงให้พรเราทุกคน
.
.
เรานั่งคุยนั่นคุยนี้ ร้องเพลง จิบเครื่องดื่ม
ดูเหมือนว่า กิจกรรมทีเราทำ จะโดนคืนแรกแย่งซีนกันไปหมด จนไม่รู้จะทำอะไรกันดี
จะเล่นเกมส์เดิม ก็รู้กันหมดแล้ว ความตื่นเต้นต่างๆก็ถูกลดทอนไปตามระเบียบ
บางครั้งบางที เราก็ทำได้แค่นั่งรอเวลา..
.
.
.
.
เวลาคืนวันใหม่..ที่เป็นวันเกิดของใหม่เอี่ยม ![]()
.
.
เราปิดไฟ ถือมะละกอปักเทียน ร้องเพลงวันเกิดขึ้นตอนที่ยังไม่เที่ยงคืนดี
ไม่เป็นไร เวลาอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ 55
.
.
ใหม่เอี่ยม..สุขสันต์วันเกิด ^^
.
.
แกมักพูดเสมอว่าวันเกิดของแกมันถูกทอนความสำคัญในเมื่อวันนี้มันดันตรงกับปีใหม่
แต่ไม่เป็นไร..วันเกิดปีนี้ ทุกคนให้ความสำคัญกับแกแล้วนะ 55
.
.
พี่ป๊อบหลานเจ้าของรีสอร์ทผู้ใจดีให้โคมลอยเราสองอันสำหรับวันเกิดของใหม่
เราลงไปจุดโคมกันที่ถนนทางขึ้นรีสอร์ท..
.
.
เรายิ้ม เราอธิฐาน..ขอให้สิ่งไม่ดีลอยไปกับมัน
.
.
โคมสองอันลอยช้าๆท่ามกลางความมืดเหนือป่าเขา
มันเป็นเพียงสองสิ่งที่สว่างมากกว่าดาว
และในที่สุดก็ดูเหมือนมันจะหลอมรวมจนเหมือนเป็นดาวอีกดวง
อืม..มันสวยเหมือนดาวนั่นแหละ ขณะที่มันลอยขึ้นไป
.
.
เราเงยหน้ามองมันจนมองไม่เห็น..
.
.
ดาวที่นี่..มันสวยที่สุดตั้งแต่เคยเงยหน้ามองจากที่ไหน
.
.
เรากลับขึ้นรีสอร์ท ต้มมาม่าสามซองด้วยตัวเอง
เราทำทุกอย่างราวกับว่า..ที่นี่เป็นบ้าน ไม่ใช่รีสอร์ทที่พัก
มาม่าที่สุมหัวแย่งกันกิน มันไม่อิ่มแต่มันอร่อยกว่าทุกที ![]()
.
.
เราเข้านอนกันอีกครั้ง..
ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าเราต้องรีบเดินทาง
คืนสุดท้าย บนเขาสูงๆ ที่ชื่อว่าสะเมิง ในรีสอร์ทที่ชื่อว่า แสงอรุณคอทเทจ
.
.
เราห่อหุ้มร่างกายกันแน่นหนากว่าคืนแรก
จากเสื้อสองชั้นเป็นสาม ถุงเท้าหนึ่งคู่เป็นสาม ถุงมือ และผ้าพันคอ
แล้วเราก็ล้มตัวลงนอน..
.
.
นอนไม่เต็มอิ่มเหมือนเคย
ในใจกลับคิดว่า..ขอให้สว่างเสียทีเถอะ
.
.
เราลืมตาตื่นกันตอนหกโมงเช้า
อากาศแม่งโคตรหนาว ควันพวยพุ่งออกจากปาก
แปรงฟัน ล้างหน้ากันจนหน้าชา
เราทั้งสี่ จอย ใหม่ หม่อน อิ๋ว พร้อมใจกันเดินออกจากบ้านพักไปที่จุดตั้งเต็นท์ที่เพื่อนๆนอน
หวังจะชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น และสูดอากาศบริสุทธิ์
แต่อากาศหนาวสุดขั้วดูจะทรมานเราอย่างน่าสงสาร 55
มันหนาวววววววววววววววววววววววววววววววววววววบริสุทธิ์..
.
.
.
.
เราเดินออกมาและค้นพบว่า..เราทั้งสี่ตื่นก่อนคุณลุงเจ้าของและลูกชายเขาด้วยซ้ำ
เราจัดการชงน้ำร้อนกันเอง เปิดไฟ และนั่งจิบน้ำร้อนให้ร่างกายอุ่น
.
.
ดูเหมือนเราจะตื่นเช้ากันเกินไป..
ในเมื่อนั่งนานแค่ไหน..ทุกอย่างยังคงเงียบ
.
.
เราเดินกลับไปที่เต๊นท์ในขณะที่เพื่อนๆยังหลับใหล
จัดการปลุกทุกคนในนั้น แล้วเราก็สวมรอยเข้าไปนอนแทน
555555555
แผนสูง..
.
.
ให้ตายเถอะ..เต็นท์อุ่นชะมัด
มันอุ่นยิ่งกว่าบนบ้าน รู้งี้เราน่าจะเลือกนอนเต็นท์มากกว่าบนบ้านไม้แทน
.
.
ได้งีบกันสักชั่วโมง กลับไปเก็บข้าวของตอนแปดโมงเช้า
ดื่มกาแฟกับขนมปังหนึ่งแผ่นในมื้อสุดท้ายที่นี่
.
.
.
.
.
.
.
.
น่าใจหาย..เรากำลังจะจากธรรมชาติที่น่าหลงใหลไปซะแล้ว
.
.
มีโอกาสได้ปรึกษาพูดคุยกับพี่ต้นลูกเจ้าของเรื่องเรียนต่อก่อนกลับ
ได้ข้อมูลมาพอประมาณ ขอบคุณค่ะ ![]()
.
.
ก่อนกลับไป..เราไม่ลืมจะถ่ายรูปหมู่เก็บไว้
คุณลุงบอกว่า..หากวันไหนเรามีงานทำ ขอให้เรากลับมา
เราทุกคนก็หวังว่า..เราจะกลับมา
.
.
เรายิ้มให้กับหน้ากล้องสำหรับวินาทีสุดท้ายที่นี่
อยากจะเก็บทุกความประทับใจ..
นอกจากในความทรงจำ ก็ขอเป็นภาพถ่าย ไม่ให้หายคิดถึง
.
.
.
.
ธรรมชาติที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ..
ธรรมชาติที่คือธรรมชาติแบบที่ธรรมชาติสร้างตามธรรมชาติ..
ต้นไม้ที่สูงลิบ เงยหน้าแหงนมองคอตั้งบ่า..
สูดลมหายใจเข้าจนสุด รู้สึกดี..
หายใจเอาควันออกปาก อากาศบริสุทธิ์..
.
.
.
.
มันเป็นเพียงสองคืนที่แสนประทับใจ
สองคืน..ที่เหมือนไม่ใช่สองคืน
สองคืนที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ตัดขาดจากโลกเทคโนโลยีที่เรามักวิ่งตาม
สองคืนที่ปราศจากข่าวสาวทีวี โลกข้างนอกนั่น หยุดนิ่ง
สองคืนที่เวลาผ่านไปช้าๆด้วยความเต็มใจ ไม่มีใครบ่น
สองคืนที่เราซึมซับ เต็มไปด้วยความประทับใจ
ถึงแม้..ชีวิตเราจะไม่ได้หวือหวา หรูหรา หรือกินอาหารดีๆ มีจอทีวีสี่สิบนิ้วให้ดู
แต่เราก็ยิ้ม..เต็มที่ ได้เหมือนกัน
.
.
เราตั้งคำถามในใจอีกครั้งขณะที่ไล่มองสิ่งเหล่านี้..
เราจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่..
.
.
ค่ำคืนต่อไป..เราคงไม่มีโอกาสแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วเห็นดาวนับพันได้อีก
ค่ำคืนต่อไป..เราจะสูดหายใจลึกๆ แล้วพ่นลมหายใจออกมา จะมีควันสีขาวลอยตามมาอีกมั้ย อาจจะไม่
.
.
.
.
ยิ่งคิด..ยิ่งน่าเสียดาย
.
.
แต่ชีวิตก็คือชีวิตล่ะนะ 55
.
.
เรารู้ดี..ที่นี่ไม่ได้หายไปไหน
.
.
.
.
หม่อนตั้งคำถามกับจอยว่า..
.
.
ถ้าจอยเรียนจบสูงๆแบบพี่ต้นที่เป็นถึงนักเรียนนอก..
เดินขึ้นป่าเขา ทิ้งเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมาใช้ชีวิตที่นี่ เป็นจอย จอยจะมามั้ย?..
.
.
เราชอบธรรมชาติ ทุกคนชอบธรรมชาติ
แต่ในเมื่อชีวิตตอนนี้ มันกำลังผูกติดกับกฎเกณ
เรามักดูทีวี นั่งเล่นอินเตอเนต โลกหมุนเร็วจนตามไม่ทัน
แต่เราก็พยายามวิ่งไล่..
.
.
กลับมามองดูที่นี่..
ที่นี่ราวกับหยุดนิ่ง..
มีแค่เสียงลม เสียงป่า เสียงนก เสียงไม้
แทนเสียงผู้สื่อข่าวในจอทีวี
.
.
คิดแล้วรู้สึกดีชิบหาย
.
.
สิ่งที่ในเมืองไม่สามารถให้เราได้..
.
.
อืม..
.
.
จนถึงวันนั้น..หากเรารู้สึกพอจริงๆ
เราคงไม่ลังเลสักนิด กับชีวิตแบบนี้
.
.
รีสอร์ทกับธรรมชาติแบบนี้..
ใครๆก็ฝันถึง ![]()
.
.
แต่ท้ายสุด กลับเข้าสู่ตัวเอง..
เรากำลังวิ่งไล่ไปตามกฎเกณที่ตัวเองตั้งไว้
เราตอบไม่ได้..เราต้องไปต่อ
.
.
นั่นสินะ..
รอให้ถึงวันนั้น..คงจะมีคำตอบที่ดี
.
.
กลับเข้าสู่ความจริง..
.
.
เราจำต้องโบกมือลาสภาพป่าชื้น อากาศหนาว ชายเขา ผู้คนในรีสอร์ท ไปอย่างใจหาย
.
.
เราทิ้งถ้อยคำสุดท้ายว่า..
.
.
ลาก่อน สะเมิง
บ๊ายบาย แสงอรุณ
.
.
หวังว่าคงจะได้พบกันอีก ![]()
.
.
.
.
ทุกคนคงคิดแบบเดียวอยู่ในใจ..
สะเมิง..
แสงอรุณคอจเทจ..
.
.
พวกเรา..หลงรักคุณเข้าแล้ว
![]()
.
.
.
.
:)
ความจริง บทความนี้มันคือภาคสอง ที่ตั้งใจเขียนถึงสะเมิงทั้งหมดค่ะ
แค่ยากให้หลายๆคนไปสัมผัส ธรรมชาตที่โคตรธรรมชาติกันสักครั้ง ^^































ความทรงจำที่มีต่อเพื่อนๆ มันเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ
เวลาท่องเที่ยว สิ่งเล็กๆ มักเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเสมอๆ
เดี๋ยวผมจะกลับไปนับดาวมั่ง
#1 By สักวัน ฉันจะดีพอ on 2011-01-08 17:50