นานมาแล้ว..

หลังจากเปิดบลอกใน Exteen

เขียนบ้างไม่เขียนบ้าง

หลังๆเอาแต่ตามอ่านบทความ Favourites

 

กลับมาเขียนอีกที..

เพราะมีเรื่องน่าประทับใจ วันปีใหม่ :)

 

ถือซะว่าเป็นรีวิวความประทับใจ

แนะนำให้หลายคนๆไปสัมผัสค่ะ

 

ออกตัวไว้ก่อนว่า..เป็นรีวิวที่เขียนให้เพื่อนอ่านใน บลอก http://jsk13.wordpress.com/ อีกที่

ภาษาเลยเขียนเหมือน พูดกับเพื่อนมากกว่า ^^

 

 

 

.

.

.

 

.

.

เราเก็บกระเป๋า เตรียมขึ้นดอยเต็มที่

สะเมิง.. คือสถานที่ที่เรากำลังจะไป

ไม่มีใครเคยไป ไม่มีใครรู้ว่าที่นั่นเป็นยังไง

เราแค่เพิ่งรู้จักมันผ่านหน้าเว็บและรีวิวไม่กี่หน้า

เราจัดการโอนเงินจอง..และตั้งใจ

 .

.

ใจเสียเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่า..

ที่นั่นเข้าถึงยาก ไม่มีใครเค้าไป

ไม่มีอะไรให้เที่ยว ขึ้นเขาเลี้ยวโค้งหักศอก

บ้านนอก ไม่มีสัญญาณ

หรือว่า..เราจะโดนหลอก!

 .

.

แต่..ก็ไม่มีใครรู้ ในเมื่อ ยังไม่มีใครเคยไป

แม้แต่พี่รถตู้ก็เถอะนะ

 .

.

ดังนั้น..เราทุกคนก็ต้องลุ้นไปพร้อมกัน

ว่าถึงที่ตรงนั้น..จะเป็นยังไง

.

.

.

..

.

.

..

เราแวะซื้อเสบียงกันเต็มที่

เหล้าเบียร์พร้อมสรรพ น้ำดื่มน้ำกิน

ยังกับว่า เราจะไปลำบากอะไรที่ไหนนักหนา 55

 .

.

แต่ที่รู้ๆ หลายๆคน โทรสั่งเสียกับที่บ้าน

ว่าเราจะขาดช่วงการติดต่อถึงกันสองวัน

เรา..จะถูกตัดการสื่อสาร อย่างปฎิเสธไม่ได้ :]

 .

.

.

และ..ไม่มีใครจะเดือดร้อน

เราเต็มใจ..

 .

.

.

โค้งหักศอกที่เขาว่า

ไม่ได้โกหกกันมาแม้แต่น้อย

มันหักแล้วหักอีก หักซ้ำหักซาก

พาคนเมารถกันหลายต่อหลายราย

ทำคนบางคนอ้วก เออ..สมน้ำหน้า 555

 .

.

แวะพักอาการเมามาย(รถ)ทั้งหลายที่ไร่สตอเบอรี่ขนาดย่อม

แวะกินกาแฟ ซื้อไวท์ กินส้มตำ เอาแรงกันเดินทางต่อ

 .

.

ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เห็นภาพถึงความลำบากในการหารีสอร์ทที่ชื่อ แสงอรุณคอทเทจ

รีสอร์ทกลางหุบเขา ที่เราไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

ขับรถขึ้นเขาจนสงสารรถ ถามทางคนนู้นคนนี้ข้างทาง เขาชันเป็นเนิน

ต่างคนต่างคิด..เราอยู่ที่ไหนวะเนี่ยยย

 .

.

มันมีแต่ป่ากับเขาจริงๆ

 .

.

.

.

ในที่สุด..

ด้วยความลำบาก

เราใช้เวลาหลาย ชม แต่มาถึงทางเข้าที่มีป้ายเล็กๆเขียนไว้ว่า

Sangaroon Cottage เป็นภาษาอังกฤษไว้จนได้

หากไม่สังเกตดีๆคงมองไม่เห็น..

 .

.

เรายิ้ม..เมื่อเรามาถึง..

.

.

.

.

มีแต่ป่าและเขากับลมหนาวๆ

วิวจากที่สูง มองไปเห็นแต่ภูเขากับต้นไม้สีเขียว

เมฆสีฟ้าและความรู้สึกที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

 .

.

.

.

ไม่มีพนักงานมากมาย ไม่มีบริกรผู้หญิง ไม่มีเคาเตอร์รับแขกหรูหรา

พนักงานคอยยกกระเป๋า โซฟานุ่มนิ่ม ยูนิฟอร์มเครื่องแบบสวยๆ

ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีอะไรเลยเหมือนสิ่งที่รีสอร์ทในเมืองพึงมี

ที่นี่มีแต่..ลุงเจ้าของ และลูกชายที่ลงมาต้อนรับด้วยความอบอุ่น

มันเหมือนกับว่า..เราถูกเชื้อเชิญมาบ้านของใครสักคน :)

.

.

อีกครั้ง..เราไม่รู้จะบรรยายถึงความเป็นแสงอรุณที่นี่ยังไง

มันเป็นธรรมชาติที่โคตรธรรมชาติ

มันไม่ใช่รีสอร์ทที่สบายหรูหรา ที่มีคนมาคอยบริการเลยสักนิด

 .

.

คิดดูสิ..ขนาดปูที่นอน พี่ลูกเจ้าของ ก็ต้องมาปูด้วยตัวเอง

 .

.

เราเช่าบ้านไว้สองหลัง และเต็นท์สามหลัง

 .

.

บ้านไม้ที่มองดูน่ากลัวนิดๆ แต่น่าอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

โดยที่ไม่สะกิดใจสักนิดว่ามันเป็นบ้านที่นอนแล้วหนาววววววววววววววมาก

ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆทั้งปวง 55

 .

.

.

.

เรารีบอาบน้ำ ด้วยอุณหภูมิที่ลดลงทุกขณะ แม้เวลาจะเพียงแค่สี่ห้าโมงเย็นเท่านั้น

น้ำที่อาบก็ปราศจากเครื่องทำน้ำอุ่นแต่อย่างใด

ฉะนั้น..เราเลยอาบกันตัวชาๆ แต่รู้สึกดีชะมัด ^^

 .

.

.

.

อุณหภูมิประมาณ 10 องศาในเวลาเย็น

เรานั่งล้อมโต๊ะใหญ่กลางชานรีสอร์ท ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

แต่จุดนั้นเป็นศูนย์รวมที่ประกอบไปด้วยเคาเตอร์บาร์ ชั้นหนังสือเล็กๆ โต๊ะกินข้าว และบรรยากาศดีๆกลางหุบเขา

.

.

 .

.

อาหารถูกเสิร์ฟเรื่อยๆด้วยฝีมือทำอาหารของลุงเจ้าของ

อืม..เห็นมั้ยว่าแม้แต่กุ๊กก็ยังไม่มี

อาหารฝีมือลุงอร่อยทุกอย่าง

ยกเว้นบาบีคิวที่เราต้องมาปิ้งย่างกันเอง 55

สุกบ้างไม่สุกบ้าง แต่ อร่อยในความรู้สึก :D

 .

.

 .

.

หลังจากทานกันอิ่มหนำ เราล้อมวงกันอีกครั้ง

แต่มันเต็มไปด้วยขวดน้ำมึนเมาแทนกับข้าวกับปลา.. 55

ต้องบอกว่ามันเป็นค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะจริงๆ

เราเริ่มต้นกิจกรรมกันด้วยการเล่นไพ่ตอแหลหลายต่อหลายตาจนเบื่อ

หาเกมส์นู่นนี่เล่นสนุกสนาน แม้แต่ตอนที่คิดอะไรไม่ออก เราก็เลือกที่จะหยิบขวดเปล่ามาหมุนหาคนโดนดื่มให้มึนเมา

จนสุดท้าย..เราจบด้วยการเล่นเกมส์ต่อคำ

 .

.

ดูเหมือนจะเป็นเกมส์คลาสสิคของพวกเราซะแล้วหากจะหาอะไรทำฆ่าเวลาหรือหาเรื่องฮาๆมาต่อว่ากัน

เกมส์นี้..แม้แต่คนที่ไม่คิดจะดื่มอย่างแคน..

ก็ยังต้อมยอม 5555555

 .

.

มันจะมีโอกาสแบบนี้อีกที่ไหนล่ะ ใช่มั้ย?

 .

.

รู้สึกยังไงกันบ้าง ตอนที่ควันพวยพุ่งออกจากปากโดยที่เราไม่รู้ตัว

มันเป็นควันสีขาวจากอากาศหนาวๆที่ไม่ใช่ควันนิโคตินจากบุหรี่ที่ใครหลายคนถืออยู่

สิ่งที่เหมือนกัน..แต่มันรู้สึกต่างกันมากใช่มั้ย :)

 .

.

ยิ่งดึกลงเรื่อยๆ ดูเหมือนเราจะยิ่งห่อหุ้มลำคอด้วยผ้าหนาๆ

หยิบถุงมือมาใส่ ห่อตัวให้เล็ก กระชับเสื้อให้กระชับ หวังว่ามันจะช่วยให้อุ่นได้

มันหนาวแต่อบอุ่น

 .

.

.

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เงยหน้ามองฟ้าแล้วเห็นดาวนับร้อยนับพัน

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ชี้นิ้วขึ้นฟ้าแล้วร้องบอกกันว่า นั่นดาวลูกไก่ นั่นดาวไถ ดาวหมีใหญ่ ต่างๆนาๆ ดาวนับร้อยที่เราไม่รู้แม้แต่ชื่อ

บางทีมันอาจไม่สำคัญว่าดาวที่เรามองผ่านมันจะมีชื่อว่าอะไร หรือใครเป็นคนตั้ง ดาวก็คือดาวนั่นแหละ มันสวยเวลาที่มันอยู่ด้วยกันเยอะๆ ตามแบบของมัน

แทบไม่อยากละสายตามาจากฟ้าที่ไม่ได้มืด แต่มันระยิบเหมือนใครสักคนเซ่อซ่าทำกากเพชรกระจายอยู่บนนั้น

เรากลับมาตั้งคำถามในใจอีกครั้ง..

นานแค่ไหน หรือ บางทีอาจจะไม่เคยเลยก็ได้

ที่ได้เห็นดาวนับไม่ถ้วนอยู่บนนั้น

มัน..สวยมาก :)

 .

.

.

และ..

 .

.

.

สะเมิง..หนาวโคตร

 .

.

.

เราเข้านอนกันตอนเที่ยงคืนได้

ใส่เสื้อกันหนาวสามชั้น ใส่กางเกงยีนต์นอน สวมพันผ้าคอหนาๆ ใส่ถุงเท้าแน่นๆ

ห่มผ้า 1 ผืน ที่ไม่ได้หนาอะไรมากมาย ออกจะบอบบางด้วยซ้ำไป บนบ้านไม้ ที่ลมหนาวสามรถรอดเข้ามาได้สะดวก

อืม..

เราตื่นทั้งคืน เพราะว่ามันหนาวเกินจะข่มตาหลับได้

 .

.

ตื่นมาตอนเช้าตรู่ เสียดายไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น เพราะมาหลับได้ตอนใกล้สว่าง

เปลี่ยนเสื้อผ้ากันเฉยๆ อย่าได้หวังว่าใครจะมีหน้าไหนกล้าอาบน้ำท่ามกลางอากาศที่ยืนยังขาสั่นเช่นนี้

ล้างหน้าแปรงฟันยังชาปากสั่นเลย ให้ตายเถอะค่ะ!..

แต่ถึงอย่างนั้น..เราก็มีแผนขึ้นไปอาบน้ำแร่กันอยู่แล้ว

 .

.

เรานั่งรถตู้กันตามเส้นทางหมู่บ้าน

แวะชมหมูหมากาไก่ที่อุทยานกันนิดหน่อย จนได้มาเจอแหล่งน้ำแร่จนได้

จ่ายเงินกันเล็กน้อย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดน่ารัก เข้าห้องอาบน้ำแร่ มีบ่อเล็กๆพอให้ลงได้สามสี่คน

จากอากาศหนาวๆบนเขา เราลงมาแช่น้ำร้อนๆในบ่อ

ช่างเป็นการเปลี่ยนอุณหภูมิในร่างกายฉับพลันจนน่าใจหาย

และนั่นมันทำให้เราเวียนหัวทันทีที่เหยียดตัวขึ้นมาจากบ่อ..

ร่างกายรู้สึกดี แต่หัวหมุนไม่เป็นท่า

นั่งพักกันนิดหน่อย ก็เข้าไปอบสมุนไพรกันต่อ

สมุนไพรก็สมุนไพรอะนะ หายใจเข้าก็สมุนไพร หายใจออกก็สมุนไพร

หาอากาศหายใจธรรมดาไม่เจอ จนต้องยอมแพ้ออกมาอาบน้ำจนได้

555 ไม่คุ้มเท่าไหร่ แต่โอเค สำหรับครั้งแรกในทุกอย่าง

 .

.

.

.

จากนั้นทานข้าวกันอย่างกระหาย เพราะสูญเสียพลังงานไปกับน้ำร้อนๆนั้นมากโข

แล้วเราก็..กลับรีสอร์ท

.

.

.

เย็นนี้ เรามีเวลาอยู่ในรีสอร์ทแบบชิวๆ เดินเล่นกันได้ไม่ต้องห่วงเวลา

หลายคนใช้เวลาช่วงนั้นนอนเอาแรง

แต่หลายคนเลือกจะนั่งทานน้ำแข็งใสที่คุณลุงทำให้ในอากาศเย็นๆแทน

และได้มีโอกาสปรึกษาเรื่องเรียนต่อกับพี่ลูกเจ้าของพอมีความรู้

 .

.

ตอนห้าโมงเย็นบนป่าเขา เหมือนซักทุ่มนึงได้ในเมือง

 .

.

เมื่อไม่มีอะไรทำ เลยเลือกจับกีต้ามานั่งร้องเพลงกันซะเลย เพื่อรอเวลาทานข้าว

ไม่ได้จับกีต้ามานานแค่ไหนแล้วนะชักลืม 555          

กลับมาเล่นอีกที..ก็เพลินจนไม่อยากวาง

แต่เล่นในสภาพอากาศมือชาแบบนี้ ก็ทรมานไม่หยอก ^^!

.

.

เราล้อมโต๊ะทานข้าวเย็นด้วยอาหารฝีมือคุณลุงกันอีกครั้ง

อาหารเสิร์ฟไม่หยุด และเราทุกคนก็กินกันไม่หยุดเช่นกัน

ดูเหมือนว่า ตั้งแต่มาเชียงใหม่ ต่อมกระหายอาหารของเราทุกคนจะมากกว่าปกติ

เป็นเรื่องธรรมดา ^^

 .

.

นั่งทานเสร็จได้มีโอกาสจิบคอกเทลฟรีๆและนั่งฟังเรื่องราวของคุณลุงและรีสอร์ทที่นี่คร่าวๆ

ดูเหมือนว่าไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เรามักจะได้อะไรดีๆกลับมาเสมอ

ไม่เว้นที่นี่..คุณลุงให้พรเราทุกคน

 .

.

เรานั่งคุยนั่นคุยนี้ ร้องเพลง จิบเครื่องดื่ม

ดูเหมือนว่า กิจกรรมทีเราทำ จะโดนคืนแรกแย่งซีนกันไปหมด จนไม่รู้จะทำอะไรกันดี

จะเล่นเกมส์เดิม ก็รู้กันหมดแล้ว ความตื่นเต้นต่างๆก็ถูกลดทอนไปตามระเบียบ

บางครั้งบางที เราก็ทำได้แค่นั่งรอเวลา..

 .

.

.

.

เวลาคืนวันใหม่..ที่เป็นวันเกิดของใหม่เอี่ยม :D

 .

.

เราปิดไฟ ถือมะละกอปักเทียน ร้องเพลงวันเกิดขึ้นตอนที่ยังไม่เที่ยงคืนดี

ไม่เป็นไร เวลาอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ 55

 .

.

ใหม่เอี่ยม..สุขสันต์วันเกิด ^^

 .

.

แกมักพูดเสมอว่าวันเกิดของแกมันถูกทอนความสำคัญในเมื่อวันนี้มันดันตรงกับปีใหม่

แต่ไม่เป็นไร..วันเกิดปีนี้ ทุกคนให้ความสำคัญกับแกแล้วนะ 55

 .

.

พี่ป๊อบหลานเจ้าของรีสอร์ทผู้ใจดีให้โคมลอยเราสองอันสำหรับวันเกิดของใหม่

เราลงไปจุดโคมกันที่ถนนทางขึ้นรีสอร์ท..

 .

.

เรายิ้ม เราอธิฐาน..ขอให้สิ่งไม่ดีลอยไปกับมัน

 .

.

โคมสองอันลอยช้าๆท่ามกลางความมืดเหนือป่าเขา

มันเป็นเพียงสองสิ่งที่สว่างมากกว่าดาว

และในที่สุดก็ดูเหมือนมันจะหลอมรวมจนเหมือนเป็นดาวอีกดวง

อืม..มันสวยเหมือนดาวนั่นแหละ ขณะที่มันลอยขึ้นไป

 .

.

เราเงยหน้ามองมันจนมองไม่เห็น..

 .

.

ดาวที่นี่..มันสวยที่สุดตั้งแต่เคยเงยหน้ามองจากที่ไหน

 .

.

เรากลับขึ้นรีสอร์ท ต้มมาม่าสามซองด้วยตัวเอง

เราทำทุกอย่างราวกับว่า..ที่นี่เป็นบ้าน ไม่ใช่รีสอร์ทที่พัก

มาม่าที่สุมหัวแย่งกันกิน มันไม่อิ่มแต่มันอร่อยกว่าทุกที :)

 .

.

เราเข้านอนกันอีกครั้ง..

ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าเราต้องรีบเดินทาง

คืนสุดท้าย บนเขาสูงๆ ที่ชื่อว่าสะเมิง ในรีสอร์ทที่ชื่อว่า แสงอรุณคอทเทจ

 .

.

เราห่อหุ้มร่างกายกันแน่นหนากว่าคืนแรก

จากเสื้อสองชั้นเป็นสาม ถุงเท้าหนึ่งคู่เป็นสาม ถุงมือ และผ้าพันคอ

แล้วเราก็ล้มตัวลงนอน..

 .

.

นอนไม่เต็มอิ่มเหมือนเคย

ในใจกลับคิดว่า..ขอให้สว่างเสียทีเถอะ

 .

.

เราลืมตาตื่นกันตอนหกโมงเช้า

อากาศแม่งโคตรหนาว ควันพวยพุ่งออกจากปาก

แปรงฟัน ล้างหน้ากันจนหน้าชา

เราทั้งสี่ จอย ใหม่ หม่อน อิ๋ว พร้อมใจกันเดินออกจากบ้านพักไปที่จุดตั้งเต็นท์ที่เพื่อนๆนอน

หวังจะชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น และสูดอากาศบริสุทธิ์

แต่อากาศหนาวสุดขั้วดูจะทรมานเราอย่างน่าสงสาร 55

มันหนาวววววววววววววววววววววววววววววววววววววบริสุทธิ์..

.

.

 .

.

เราเดินออกมาและค้นพบว่า..เราทั้งสี่ตื่นก่อนคุณลุงเจ้าของและลูกชายเขาด้วยซ้ำ

เราจัดการชงน้ำร้อนกันเอง เปิดไฟ และนั่งจิบน้ำร้อนให้ร่างกายอุ่น

 .

.

ดูเหมือนเราจะตื่นเช้ากันเกินไป..

ในเมื่อนั่งนานแค่ไหน..ทุกอย่างยังคงเงียบ

 .

.

เราเดินกลับไปที่เต๊นท์ในขณะที่เพื่อนๆยังหลับใหล

จัดการปลุกทุกคนในนั้น แล้วเราก็สวมรอยเข้าไปนอนแทน

555555555

แผนสูง..

 .

.

ให้ตายเถอะ..เต็นท์อุ่นชะมัด

มันอุ่นยิ่งกว่าบนบ้าน รู้งี้เราน่าจะเลือกนอนเต็นท์มากกว่าบนบ้านไม้แทน

 .

.

ได้งีบกันสักชั่วโมง กลับไปเก็บข้าวของตอนแปดโมงเช้า

ดื่มกาแฟกับขนมปังหนึ่งแผ่นในมื้อสุดท้ายที่นี่

 .

.

.

.

.

.

.

.

น่าใจหาย..เรากำลังจะจากธรรมชาติที่น่าหลงใหลไปซะแล้ว

 .

.

มีโอกาสได้ปรึกษาพูดคุยกับพี่ต้นลูกเจ้าของเรื่องเรียนต่อก่อนกลับ

ได้ข้อมูลมาพอประมาณ ขอบคุณค่ะ :)

 .

.

ก่อนกลับไป..เราไม่ลืมจะถ่ายรูปหมู่เก็บไว้

คุณลุงบอกว่า..หากวันไหนเรามีงานทำ ขอให้เรากลับมา

เราทุกคนก็หวังว่า..เราจะกลับมา

 .

.

เรายิ้มให้กับหน้ากล้องสำหรับวินาทีสุดท้ายที่นี่

อยากจะเก็บทุกความประทับใจ..

นอกจากในความทรงจำ ก็ขอเป็นภาพถ่าย ไม่ให้หายคิดถึง

 .

.

.

.

ธรรมชาติที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ..

ธรรมชาติที่คือธรรมชาติแบบที่ธรรมชาติสร้างตามธรรมชาติ..

ต้นไม้ที่สูงลิบ เงยหน้าแหงนมองคอตั้งบ่า..

สูดลมหายใจเข้าจนสุด รู้สึกดี..

หายใจเอาควันออกปาก อากาศบริสุทธิ์..

 .

.

 

.

.

มันเป็นเพียงสองคืนที่แสนประทับใจ

สองคืน..ที่เหมือนไม่ใช่สองคืน

สองคืนที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ตัดขาดจากโลกเทคโนโลยีที่เรามักวิ่งตาม

สองคืนที่ปราศจากข่าวสาวทีวี โลกข้างนอกนั่น หยุดนิ่ง

สองคืนที่เวลาผ่านไปช้าๆด้วยความเต็มใจ ไม่มีใครบ่น

สองคืนที่เราซึมซับ เต็มไปด้วยความประทับใจ

ถึงแม้..ชีวิตเราจะไม่ได้หวือหวา หรูหรา หรือกินอาหารดีๆ มีจอทีวีสี่สิบนิ้วให้ดู

แต่เราก็ยิ้ม..เต็มที่ ได้เหมือนกัน

 .

.

เราตั้งคำถามในใจอีกครั้งขณะที่ไล่มองสิ่งเหล่านี้..

เราจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่..

 

.

.

ค่ำคืนต่อไป..เราคงไม่มีโอกาสแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วเห็นดาวนับพันได้อีก

ค่ำคืนต่อไป..เราจะสูดหายใจลึกๆ แล้วพ่นลมหายใจออกมา จะมีควันสีขาวลอยตามมาอีกมั้ย อาจจะไม่

 .

.

.

.

ยิ่งคิด..ยิ่งน่าเสียดาย

 .

.

แต่ชีวิตก็คือชีวิตล่ะนะ 55

 .

.

เรารู้ดี..ที่นี่ไม่ได้หายไปไหน

 .

.

.

.

หม่อนตั้งคำถามกับจอยว่า..

 .

.

ถ้าจอยเรียนจบสูงๆแบบพี่ต้นที่เป็นถึงนักเรียนนอก..

เดินขึ้นป่าเขา ทิ้งเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมาใช้ชีวิตที่นี่ เป็นจอย จอยจะมามั้ย?..

 .

.

เราชอบธรรมชาติ ทุกคนชอบธรรมชาติ

แต่ในเมื่อชีวิตตอนนี้ มันกำลังผูกติดกับกฎเกณ

เรามักดูทีวี นั่งเล่นอินเตอเนต โลกหมุนเร็วจนตามไม่ทัน

แต่เราก็พยายามวิ่งไล่..

 .

.

กลับมามองดูที่นี่..

ที่นี่ราวกับหยุดนิ่ง..

มีแค่เสียงลม เสียงป่า เสียงนก เสียงไม้

แทนเสียงผู้สื่อข่าวในจอทีวี

 .

.

คิดแล้วรู้สึกดีชิบหาย

 .

.

สิ่งที่ในเมืองไม่สามารถให้เราได้..

 .

.

อืม..

 .

.

จนถึงวันนั้น..หากเรารู้สึกพอจริงๆ

เราคงไม่ลังเลสักนิด กับชีวิตแบบนี้

 .

.

รีสอร์ทกับธรรมชาติแบบนี้..

ใครๆก็ฝันถึง :)

 .

.

แต่ท้ายสุด กลับเข้าสู่ตัวเอง..

เรากำลังวิ่งไล่ไปตามกฎเกณที่ตัวเองตั้งไว้

เราตอบไม่ได้..เราต้องไปต่อ

 .

.

นั่นสินะ..

รอให้ถึงวันนั้น..คงจะมีคำตอบที่ดี

 .

.

กลับเข้าสู่ความจริง..

 .

.

เราจำต้องโบกมือลาสภาพป่าชื้น อากาศหนาว ชายเขา ผู้คนในรีสอร์ท ไปอย่างใจหาย

.

.

เราทิ้งถ้อยคำสุดท้ายว่า..

 .

.

ลาก่อน สะเมิง

บ๊ายบาย แสงอรุณ

 .

.

หวังว่าคงจะได้พบกันอีก :)

 .

.

.

.

ทุกคนคงคิดแบบเดียวอยู่ในใจ..

สะเมิง..

แสงอรุณคอจเทจ..

 .

.

พวกเรา..หลงรักคุณเข้าแล้ว

:)

 .

.

.

.

 

 

 

 

:)

 

 

ความจริง บทความนี้มันคือภาคสอง ที่ตั้งใจเขียนถึงสะเมิงทั้งหมดค่ะ

 

 

แค่ยากให้หลายๆคนไปสัมผัส ธรรมชาตที่โคตรธรรมชาติกันสักครั้ง ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเดินทางเหมือนกันครับ เรื่องราวการเดินทาง มันจะแปลกไปทุกครั้ง ตัวแปรสำคัญในการเดินทางแต่ละครั้ง ไม่ใช่จุดหมายปลายทางซะทีเดียว แต่เป็น เพื่อนร่วมทาง ซะมากกว่า

ความทรงจำที่มีต่อเพื่อนๆ มันเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ
เวลาท่องเที่ยว สิ่งเล็กๆ มักเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเสมอๆ big smile

เดี๋ยวผมจะกลับไปนับดาวมั่ง big smile
นี่ล่ะครับสิ่งที่ควรจะทำบ่อย ๆ

มันเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจเราได้ดีมากเลย



รอบทความใหม่ ๆ จากคุณอีกนะครับ คราวหน้าอย่าห่างหายไปนานนะ ใจหาย นึกว่าจะทิ้งบล็อกเสียแล้ว sad smile

#2 By keaaaa on 2011-01-09 10:30

ไปด้วย ย ย ย ย ยย

อ้ากกกก

> 0<
ชอบทริปนี้เหมือนกันครับ

เป็นครั้งแรกที่ผมเข้ามาบล็อกนี้
และจะติดตามต่อไป

อยู่บ้านหลังเดียวกันอย่าลืมไว้อ่านของผมบ้างนะ

เอิ้กๆๆๆ

question

#4 By isunsure on 2011-03-13 06:34

นอกเหนือจากธรรมชาติสรรค์สร้างง

เราว่า


มิตรภาพ ที่แอบแฝงอยู่


อ่านแล้ว อยากไปมั้งจัง :)

#5 By ★Nam-Keow★ on 2011-06-23 17:55

A lot of students prefer to buy an essay using the research paper writing services close to this post.

#6 By SherryCARROLL29 (31.184.238.21) on 2012-01-10 19:34

#7 By (31.184.238.21) on 2012-01-10 19:37